
ณ แคว้นกาสี ประเทศอินเดียโบราณ ที่ซึ่งความเชื่อเรื่องเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตของผู้คน มีพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถนามว่า 'พระเจ้าอังคติ' พระองค์ทรงปกครองอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลด้วยทศพิธราชธรรม ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงประทับพักผ่อนอยู่ในพระราชอุทยานอันร่มรื่น ก็ได้ทอดพระเนตรเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีใบสีเขียวสดราวกับมรกต และมีผลกลมสีแดงสดเหมือนทับทิม ต้นไม้นี้งดงามแปลกตาอย่างยิ่ง
พระราชาทรงสงสัย จึงตรัสถามเหล่าเสนาบดีและปุโรหิตถึงที่มาของต้นไม้นี้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบได้
“ต้นไม้นี้เป็นเช่นไร เหตุใดจึงมีรูปทรงและสีสันงดงามแปลกตาเช่นนี้?” พระราชาตรัสถาม
“ข้าแต่พระองค์ ต้นไม้นี้ปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ข้าพระองค์ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” เสนาบดีทูลตอบ
ในขณะนั้นเอง ปุโรหิตผู้เฒ่า ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ทางโหราศาสตร์และไสยเวท ได้เข้ามาถวายคำตอบ “ข้าแต่พระองค์ ต้นไม้นี้คือ 'มหาสัตตปัตตะ' หรือต้นไม้แก้วอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้นไม้ที่เกิดขึ้นจากบุญบารมีของผู้ที่บำเพ็ญเพียรอย่างยิ่งยวด หากผู้ใดได้ลิ้มรสผลของต้นไม้นี้ จะมีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีปัญญาสว่างไสว”
พระราชาทรงตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เมื่อทรงทราบถึงอานุภาพของผลมหาสัตตปัตตะ พระองค์จึงมีรับสั่งให้เหล่าทหารไปค้นหาผลมาถวาย
เหล่าทหารได้ปีนป่ายขึ้นไปบนต้นไม้ พยายามเด็ดผลลงมา แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามอย่างไร ก็ไม่สามารถเด็ดผลลงมาได้เลย ผลของมันแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า
ขณะที่กำลังสิ้นหวัง ก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า 'สัตตปัตตะ' ซึ่งเป็นคนสวนของพระราชา ได้ปรากฏตัวขึ้น
“ข้าพเจ้าขออาสาปีนต้นไม้นี้เอง พระพุทธเจ้าข้า” สัตตปัตตะกล่าวด้วยความนอบน้อม
พระราชาทรงอนุญาต สัตตปัตตะปีนขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว ไม่นานนัก เขาก็สามารถเด็ดผลมหาสัตตปัตตะลงมาได้หลายผล
เมื่อพระราชาทรงได้รับผลแล้ว ก็ทรงตื่นเต้นที่จะลิ้มรส ทว่า สัตตปัตตะก็กราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ ผลนี้มีอานุภาพยิ่งนัก หากผู้ใดที่ไม่มีบุญบารมีพอรับประทานเข้าไป อาจเกิดอันตรายได้”
พระราชาทรงเชื่อคำสัตตปัตตะ จึงทรงแบ่งผลให้แก่สัตตปัตตะส่วนหนึ่ง และรับสั่งให้แบ่งผลที่เหลือแก่เหล่าปวงชน
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงระลึกชาติได้ว่า ในอดีตชาติ พระองค์ทรงเป็น 'สัตตปัตตะ' ชายหนุ่มผู้ที่สามารถเด็ดผลมหาสัตตปัตตะลงมาได้ด้วยบุญบารมีและความเพียรพยายาม
ในชาติภพนั้น สัตตปัตตะเป็นผู้ที่บำเพ็ญ 'วิริยบารมี' มาอย่างยาวนาน เขาไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำความดีอยู่เสมอ
ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อสัตตปัตตะได้ลิ้มรสผลมหาสัตตปัตตะ เขาก็มีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และมีปัญญาสว่างไสว
ในชาติปัจจุบัน พระโพธิสัตว์ทรงดำเนินตามรอยพระบาทของพระพุทธองค์ ทรงบำเพ็ญเพียร วิริยบารมี และความดีงามต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อ
พระโพธิสัตว์ทรงสอนว่า ความเพียรพยายามและความอดทน คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ การมีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค คือหนทางที่จะทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้.
— In-Article Ad —
ความเพียรพยายามและความอดทน คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ.
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
169ทุกนิบาตปิลักขชาดก (เรื่องนางผึ้ง) ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ในสมัยโบราณกาล มีเมืองสาว...
💡 ความสามัคคีและน้ำใจช่วยเหลือกัน สามารถผ่านพ้นอุปสรรคได้เสมอ
39เอกนิบาตอุกกุฏฐิตชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตต์ทรงดำรงราชสมบ...
💡 สติปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์ หรือลาภสักการะ เพราะสติปัญญาสามารถนำพาให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง.
104เอกนิบาตสิริชาดก ในกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระยาช้าง เป็นสัตว์ใหญ่ ผู้...
💡 ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่ยกระดับจิตใจ และนำมาซึ่งความสงบสุขแก่ตนเองและผู้อื่น การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน คือการสร้างบุญบารมีอันยิ่งใหญ่
342จตุกกนิบาตอำนาจแห่งความกล้าหาญณ แคว้นอันสงบสุขนามว่า วิเทหะ ปกครองโดยพระราชาผู้ทรงธรรม แต่แล้ว ความหวาดกลัวก็เ...
💡 ความกล้าหาญที่แท้จริง คือการใช้สติปัญญาและความสามารถเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แค่กำลัง
386ฉักกนิบาตมหานารทกุมารชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลา อันเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นวิเทหะ พระเจ้าโอมมตักขั...
💡 การดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นเจริญสติภาวนา จะนำไปสู่ความหลุดพ้นจากกิเลสตัณหา และความทุกข์ทั้งปวง
51เอกนิบาตกุณาลชาดกในอดีตกาล ณ เชตวันมหาวิหารอันร่มรื่น ตระหง่านด้วยสถูปเจดีย์อันเป็นที่สักการะ เมื่อพระบรมศาส...
💡 ความเสียสละเพื่อผู้อื่น นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง
— Multiplex Ad —